TH EN

The FUTURE of EHANOL
"RENEWABLE, SUSTAINABLE"
and CLEAN ENERGY"

ข่าวสาร


บางจากโอดราคาเอธานอลโหด

บางจาก - บริษัทน้ำมันหยุดขยายสาขาให้บริการก๊าซโซฮอล์ 95 โอดโรงงานเอธานอลโหด อ้างวัตถุดิบขาดโขกราคาตามใจชอบ ทำตัวเลขยอดขายก๊าซโซฮอล์ทุกปั๊มนิ่ง หวั่นหั่นมาตรการรัฐหนุนคนเลิกใช้เบนซิน 95 ค้างเติ่ง ขณะที่ฝ่ายโรงงานกลับครวญว่าราคาขายในปัจจุบันยังไม่คุ้มทุนจนต้องหยุดผลิต เป็นบางช่วง ส่วนกรณีการเปิดเสรีโรงงานผลิตเอธานอลคาดว่าไม่มีผลเชิงบวก เพราะยังมีโรงงานขึ้นหิ้งที่ยังไม่ดำเนินการผลิตอีกนับสิบโรง เหตุวัตถุดิบไม่เพียงพอ "พรชัย" ยันเป้าหมายรัฐบาลไม่เปลี่ยนแปลง

ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลี่ยม จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่าการขยายปั๊มบริการก๊าซโซฮอล์ 95 ที่บริษัทน้ำมันวางแผนเอาไว้ว่าจะขยายให้ได้เท่านั้นเท่านี้ตอนนี้อยู่ใน ช่วงชะงัก เนื่องจากโรงงานขายเอธานอลในราคาแพงมาก และไม่ยอมกำหนดสูตรราคาตายตัว แต่กลับใช้วิธีการตกลงเป็นช่วงเวลาตามความพอใจ ทำให้บริษัทน้ำมันตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบ

"เราเคยเสนอให้ใช้สูตรอิงราคากับต่างประเทศแต่ผู้ผลิตเอธานอลก็ไม่อยากได้ หรือใช้วิธีกำหนดราคาล่วงหน้า 6-12 เดือนตามราคาตกลงซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าเขาก็ไม่เอา ซึ่งหากใช้สูตรตามที่บริษัทน้ำมันเสนอราคาก๊าซโซฮอล์วันนี้อาจอยู่แค่ลิตรละ ไม่เกิน 23 บาท ไม่ใช่ 25 บาทอย่างที่เป็นอยู่ คือบริษัทน้ำมันชอบการคิดราคาตามสูตรเนื่องจากมีความชัดเจนและแน่นอน ถ้าช่วงไหนมีวัตถุดิบมากก็อาจใช้วิธีประมูลเพื่อซื้อจากโรงงานที่เสนอราคาดี ที่สุด แต่ปัจจุบันกลายเป็นว่าตลาดเป็นของโรงงานผลิตเอธานอล ต่อรองราคาได้ตามใจชอบ ทำให้บริษัทน้ำมันไม่อยากขยายปั๊มให้บริการก๊าซโซฮอล์ เพราะไม่รู้จะขยายไปทำไม ยิ่งขยายโรงงานยิ่งมีกำไรมาก และกำไรที่ได้ก็ไม่ถึงมือเกษตรกร แต่ตกอยู่กับนายทุนทั้งหมด"

ดร.อนุสรณ์ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันตัวเลขยอดขายรวมก๊าซโซฮอล์ของปั๊มน้ำมันทุกแห่งเป็นตัวเลขคงที่มา นานหลายเดือน ทั้งที่ตามความเป็นจริงควรขยับมากขึ้นทุกเดือน ส่วนหนึ่งเพราะเมื่อปั๊มไม่ขยายสาขาให้บริการก๊าซโซฮอล์ทำให้ผู้ใช้บริการ ไม่เพิ่มขึ้น และอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ผู้บริการน้ำมันไม่อยากขายก๊าซโซฮอล์คือเมื่อ ราคาน้ำมันลดลงทำให้ต้นทุนก๊าซโซฮอล์สูงขึ้น เพราะรัฐบาลกำหนดให้ขายก๊าซโซฮอล์ต่ำกว่าเบนซิน 1.50 บาท/ลิตร ทำให้ได้ค่าการตลาดต่ำกว่าขายเบนซิน 95 ประมาณ 20 สตางค์/ลิตร

ส่วนประเด็นที่ภาครัฐมีนโยบายประกาศเปิดเสรีโรงงานเอธานอลเพื่อผลิตเชื้อ เพลิงชีวภาพจากพืชคืออ้อยและมันสำปะหลังผสมในน้ำมันเบนซินเป็นน้ำมันก๊าซโซ ฮอล์ 95 ใช้แทนเบนซินออกเทน 95 ที่มีส่วนผสมของสารนำเข้า MTBE โดยให้เอกชนทุกรายที่สนใจผลิตเอธานอลสามารถเปิดดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอ อนุญาตนั้น ดร.อนุสรณ์แสดงความคิดเห็นว่า ผู้ที่จะเข้ามาสร้างโรงงานเอธานอลต้องมีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่ามียอดขาย ในประเทศแน่นอน เพราะหากหวังว่าจะทำรายได้จากการส่งออกเป็นหลักต้องมองว่าโรงงานที่ตั้งนั้น อยู่ใกล้กับท่าเรือหรือเปล่า เพราะถ้าอยู่ไกลเกินไปก็จะกลายเป็นภาระด้านต้นทุนการขนส่ง และเมื่อส่งออกไปขายในต่างประเทศแล้วราคาจะแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่างประเทศ บราซิลได้หรือเปล่า และยังต้องคำนึงถึงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทด้วยว่าคุ้มหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตสร้างโรงงานเอธานอลจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แล้วกว่า 20 โรง แต่เปิดดำเนินการได้เพียง 5 โรง คือ บริษัท พรวิไลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท ไทยง้วนเอธานอล จำกัด บริษัท ไทยอะโกรเอ็นเนอยี่ จำกัด บริษัท ขอนแก่นแอลกอฮอล์ จำกัด และ บริษัท ไทยแอลกอฮอล์ จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 655,000 ลิตร/วัน แต่จากปริมาณผลผลิตนอ้อยที่ลดลง ทำให้ปริมาณกากน้ำตาลไม่เพียงพอและราคาน้ำตาลสูงขึ้น เป็นเหตุให้ต้นทุนเอทานอลสูงกว่าราคาขายที่ตกลงซื้อขายกันระหว่างผู้ผลิตเอ ธานอลกับบริษัทน้ำมัน ทำให้โรงงานเอธานอลต้องหยุดการผลิตเป็นบางช่วง ดังนั้นการผลิตแท้จริงจึงเฉลี่ยวันละ 3-4 แสนลิตร/วันเท่านั้น เป็นเหตุให้ภาครัฐต้องยกเลิกการใช้เบนซินออกเทน 95 ออกไปจากกำหนดเดิมคือวันที่ 1 มค. 2550

โดยเป้าหมายของรัฐบาลได้กำหนดการผลิตก๊าซโซฮอล์ไม่ต่ำว่าวันละ 1 ล้านลิตร/วัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านลิตร/วันในอนาคต เพื่อผสมในน้ำมันก๊าซโซฮอล์ 91 และยกเลิกการใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 91 ซึ่งหากทำได้จะลดการนำเข้าน้ำมันเป็นเงิน 18,000 ล้านบาท และลดการนำเข้าสาร MTBE ที่ใช้ผสมในเบนซินออกเทนประมาณ 21,000 ล้านบาท/ปี

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ของการผลิตเอธานอลวันนี้ไม่ได้อยู่ที่การเปิดเสรีหรือไม่ เพราะในความเป็นจริงยังมีโรงงานที่มีใบอนุญาตแต่ยังไม่เริ่มดำเนินการถึง 19 โรง แต่ปัญหาแท้จริงกลับอยู่ที่วัตถุดิบทั้งอ้อยซึ่งปริมาณการผลิตลดลงทำให้ ปริมาณกากน้ำตาลไม่เพียงพอและราคาแพงขึ้น

นายจำรูญ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ปัญหาของโรงงานผลิตเอธานอลเวลานี้คือวัตถุดิบไม่เพียงพอ ที่ผ่านมารัฐบาลจัดโซนนิ่ง 13 ล้านไร่เป็นพื้นที่ปลูกอ้อย ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ต่อมาต้องการเอาพื้นที่ 5 ล้านไร่ไปปลูกพืชไบโอดีเซล เช่นปาล์มน้ำมัน สบู่ดำ และเอาอีกล้านไร่ไปปลูกยางพารา เท่ากับว่าจะเหลือพื้นที่ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพดน้อยลง บริษัทจึงต้องพัฒนาให้เกษตรกรเพิ่มพื้นที่ผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น เช่นจากเดิมปลูกได้ 6 ตัน/ไร่ก็เพิ่มขึ้นเป็น 12 ตัน/ไร่

"เวลานี้บริษัทที่ได้รับอนุญาตแล้วมีกำลังการผลิตรวมกัน 12 ล้านลิตร/วัน ปัญหาคือวัตถุดิบจะพอหรือเปล่า เพราะขนาดของผมมีกำลังการผลิตเพียง 1.5 แสนลิตรยังหาวัตถุดิบไม่พอ และถึงจะเปิดเสรีรัฐบาลก็ต้องขอความชัดเจนว่าจะสร้างโรงงานได้เสร็จภายในกี่ ปีและเริ่มการผลิตเมื่อไหร่ จึงเชื่อว่าอาจไม่มีรายใหม่ขออนุญาตผลิตอย่างที่คาดการณ์ไว้" นายจำรูญ กล่าว

นายจำรูญยังกล่าวถึงกรณีที่บริษัทน้ำมันมีปัญหาด้านราคาเอธานอลและอาจหยุด การขยายสาขาว่า เมื่อโรงงานซื้อวัตถุดิบมาแพงก็ต้องขายแพง แต่ถ้าซื้อมาถูกก็ขายถูก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลังเดือนมกราคมวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลง ราคาขายน่าจะอยู่ที่ 22-23 บาท/ลิตร จากราคาปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 25.30 บาท/ลิตร

ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่าแนวคิดการเปิดเสรีของรัฐบาลคือลดการนำเข้าสาร MTBE จากต่างประเทศ แต่ถ้าวัตถุดิบผลิตเอธานอลในประเทศไม่เพียงพอก็ต้องนำเข้าเอธานอลจากต่าง ประเทศ ซึ่งอาจขัดกับวัตถุประสงค์ ก็ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะสนับสนุนการนำเข้ามากน้อยเพียงใด ถ้าสนับสนุนมากจะมีปัญหากับโรงงานเอธานอลในเมืองไทยหรือเปล่า แต่ถ้าไม่นำเข้าก็จะมีปัญหากับผู้ใช้บริการ

สำหรับโรงงานเอธานอลที่ได้รับใบอนุญาตแล้วแต่ยังไม่ดำเนินการผลิตอีก 19 โรงได้แก่ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แก๊สโซฮอล์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท เริ่มอุดมเอธานอล จำกัด บริษัท น้ำตาลไทยเอทานอล จำกัด บริษัท เพโทรกรีน จำกัด บริษัท ไทยรุ่งเรืองพลังงาน จำกัด (2 โรงคือ สระบุรีและเพชรบูรณ์) บริษัท อีเอส พาวเวอร์ จำกัด บริษัท เอ็นวายเอธานอล จำกัด บริษัท ราชบุรีเอธานอล จำกัด บริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด บริษัท อุตสาหกรรมอ่างเวียง จำกัด บริษัท น้ำตาลไทยเอธานอล จำกัด บริษัท สมเด็จ (1991) จำกัด บริษัท ฟ้าขวัญทิพย์ จำกัด บริษัท สยามเอทานอลอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท ปิคนิกแก๊ส แอนด์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด บริษัท บุญเอนก จำกัด บริษัท บุรีรัมย์เอธานอล จำกัด รวมกำลังการผลิต 4,230,000 ลิตร/วัน โดยมีโรงงานเอธานอลที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเพียง 4 แห่ง

ด้านนายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวว่า นโยบายของรัฐยังเป็นไปตามเดิม เพียงแต่เลื่อนกำหนดการออกไปอีกเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนที่ว่าบริษัทน้ำมันจะหยุดขยายสาขานั้นคงไม่ใช่ เพราะปัจจุบันราคาวัตถุดิบอยู่ในช่วงขาลง เชื่อว่าการเจรจาระหว่างโรงงานกับบริษัทน้ำมันจะมีทางออกที่ดีและและดำเนิน การขยายสาขาได้ตามเป้าหมาย

ที่มา : สยามธุรกิจ